1. วงเงินคำนวณจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาตลาด
หลายคนเข้าใจผิดว่าจะได้วงเงินเท่ากับราคาขายรถ แต่จริงๆ แล้วธนาคารใช้ ราคาประเมินจากกรมขนส่ง ซึ่งมักต่ำกว่าราคาตลาด 20-40% และปล่อยกู้สูงสุด 70% ของราคาประเมิน
ตัวอย่าง: รถมูลค่าตลาด 400,000 บาท ราคาประเมิน 300,000 บาท → วงเงินสูงสุด 210,000 บาท
2. ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน แต่รถอาจถูกติดตามได้
สินเชื่อทะเบียนรถส่วนใหญ่ไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ แต่บางบริษัทจะติด GPS ที่รถ เพื่อติดตามหากผิดนัดชำระ ควรอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น
3. ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate ≠ ดอกเบี้ยจริง
ถ้าธนาคารบอกว่าดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน ดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) จะสูงกว่า เพราะคิดจากยอดต้นเต็มตลอด ไม่ใช่ยอดคงเหลือ ควรเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยแบบ EIR เสมอ
4. รถเก่าก็กู้ได้ แต่วงเงินน้อยกว่า
รถอายุ 10+ ปีก็สมัครได้ แต่ราคาประเมินจะต่ำมาก ทำให้วงเงินน้อย บางบริษัทอาจไม่ปล่อยกู้สำหรับรถเก่าเกิน 15 ปี ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อน
5. ผิดนัดชำระ รถถูกยึดได้จริง
ถ้าค้างชำระ 3 งวดขึ้นไป บริษัทมีสิทธิ์ส่งเจ้าหน้าที่มายึดรถโดยไม่ต้องฟ้องศาล (เพราะสัญญากำหนดไว้) ดังนั้น ควรกู้เฉพาะที่จ่ายได้ไหว และเก็บเงินสำรอง 3 เดือนไว้เสมอ
สรุป
สินเชื่อทะเบียนรถเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนและมีรถเป็นสินทรัพย์ แต่ต้องเปรียบเทียบดอกเบี้ยจริง วงเงิน และเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
📖 อ่านต่อ: เปรียบเทียบสินเชื่อทะเบียนรถ 2569 ธนชาต vs KTC vs ศรีสวัสดิ์ vs Car4Cash
📖 อ่านต่อ: รีวิว เงินติดล้อ สินเชื่อทะเบียนรถ 2569 ไม่เช็กเครดิต อนุมัติเร็ว คุ้มไหม?