เมื่อเลือกประกันสุขภาพ คุณจะพบสองรูปแบบหลัก: แบบเหมาจ่ายและแบบแยกโรค ซึ่งมีความแตกต่างที่ส่งผลต่อความคุ้มครองและราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย (Indemnity)
รูปแบบนี้กำหนดวงเงินสูงสุดรวมต่อครั้งที่เข้ารักษา ไม่แยกตามประเภทค่าใช้จ่าย:
- ข้อดี: ยืดหยุ่น ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายในการรักษารวมกัน เหมาะกับโรคซับซ้อน
- ข้อเสีย: เบี้ยแพงกว่า วงเงินหมดเมื่อรักษาโรคที่แพง
- ตัวอย่าง: เหมาจ่าย 1 ล้านบาทต่อครั้ง ใช้ได้กับทุกค่าใช้จ่าย
ประกันสุขภาพแบบแยกโรค (Scheduled Benefit)
กำหนดวงเงินแยกตามประเภทค่าใช้จ่าย เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา:
- ข้อดี: เบี้ยถูกกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐาน
- ข้อเสีย: วงเงินแต่ละรายการจำกัด อาจต้องจ่ายเพิ่มในกรณีรักษาซับซ้อน
- ตัวอย่าง: ค่าห้อง 1,500/คืน ค่าผ่าตัดไม่เกิน 50,000 บาท
แบบไหนดีกว่า?
| ต้องการ | เลือก |
|---|---|
| งบจำกัด ใช้บ่อย ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย | แยกโรค |
| กังวลโรคร้ายแรง ต้องการความคุ้มครองสูง | เหมาจ่าย |